คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มธ. จับมือ สมาคมนักวิเคราะห์เชิงปริมาณและวิศวกรการเงินไทย ลงนาม MOU ยกระดับการศึกษาและการวิจัยด้านการเงินเชิงปริมาณสู่อุตสาหกรรมยุคข้อมูล

1 Jul 2026 | ข่าวทั่วไป

คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มธ. จับมือ สมาคมนักวิเคราะห์เชิงปริมาณและวิศวกรการเงินไทย ลงนาม MOU ยกระดับการศึกษาและการวิจัยด้านการเงินเชิงปริมาณสู่อุตสาหกรรมยุคข้อมูล

.

.

วันนี้ (วันพุธที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2569) เวลา 09.00 – 12.00 น. คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านการศึกษาและวิชาการ (MOU) ร่วมกับ สมาคมนักวิเคราะห์เชิงปริมาณและวิศวกรการเงินไทย ณ ห้อง 227 อาคารบรรยายรวม 3 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต เพื่อร่วมกันขับเคลื่อน พัฒนาบุคลากร และสร้างสรรค์นวัตกรรมด้านการเงินเชิงปริมาณ วิศวกรรมการเงิน และวิทยาการข้อมูล

พิธีลงนามในครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก รองศาสตราจารย์ ดร.สุเพชร จิรขจรกุล คณบดีคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และ นายภัทร อภิวัฒนกุล นายกสมาคมนักวิเคราะห์เชิงปริมาณและวิศวกรการเงินไทย ร่วมลงนามเป็นผู้แทนของทั้งสองหน่วยงาน พร้อมด้วย รองศาสตราจารย์ ดร.วุฒิพล สินธุนาวารัตน์ หัวหน้าสาขาวิชาคณิตศาสตร์และสถิติ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มธ. และ นายณัฐดนัย หวังพระธรรม อุปนายกสมาคมนักวิเคราะห์เชิงปริมาณและวิศวกรการเงินไทย ร่วมลงนามในฐานะพยาน โดยมีคณะผู้บริหาร คณาจารย์ และบุคลากรของทั้งสองฝ่ายร่วมเป็นสักขีพยานอย่างพร้อมเพรียง

รองศาสตราจารย์ ดร.วุฒิพล สินธุนาวารัตน์ หัวหน้าสาขาวิชาคณิตศาสตร์และสถิติ

รองศาสตราจารย์ ดร.วุฒิพล สินธุนาวารัตน์ หัวหน้าสาขาวิชาคณิตศาสตร์และสถิติ ได้กล่าวรายงานถึงความเป็นมาของความร่วมมือในครั้งนี้ว่า ในปัจจุบันการพัฒนาทางด้านวิทยาศาสตร์ข้อมูล ปัญญาประดิษฐ์ การวิเคราะห์ข้อมูล และการเงินเชิงปริมาณ มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคม การผลิตบัณฑิตที่มีคุณภาพจึงไม่อาจอาศัยเพียงองค์ความรู้ในห้องเรียน แต่ต้องพึ่งพาความร่วมมือระหว่างสถาบันการศึกษาและองค์กรวิชาชีพ เพื่อให้นักศึกษาได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริงและพัฒนาทักษะให้สอดคล้องกับความต้องการของโลกยุคใหม่ การลงนามในวันนี้จึงเป็นก้าวสำคัญที่จะยกระดับความร่วมมือให้มีความเป็นรูปธรรม ทั้งในด้านการพัฒนาหลักสูตร การจัดกิจกรรมวิชาการ การอบรมสัมมนา การพัฒนางานวิจัย ตลอดจนการส่งเสริมให้นักศึกษาได้รับประสบการณ์วิชาชีพและโอกาสในระดับนานาชาติ พร้อมทั้งขอขอบพระคุณทางสมาคมฯ และ รองศาสตราจารย์ ดร.วิชัย วิทยาเกียรติเลิศ ที่เป็นผู้ประสานและเชื่อมโยงเครือข่ายความร่วมมือในครั้งนี้

นายภัทร อภิวัฒนกุล นายกสมาคมนักวิเคราะห์เชิงปริมาณและวิศวกรการเงินไทย (TQF)

นายภัทร อภิวัฒนกุล นายกสมาคมนักวิเคราะห์เชิงปริมาณและวิศวกรการเงินไทย (TQF) ได้กล่าวแสดงความยินดีและเน้นย้ำถึงความท้าทายในอุตสาหกรรมว่า โลกการเงินเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว มีการใช้แบบจำลองทางคณิตศาสตร์ ข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) และเทคโนโลยีการเงินเข้ามามีบทบาทในการตัดสินใจและการบริหารความเสี่ยงมากขึ้น บุคลากรด้านการวิเคราะห์เชิงปริมาณหรือ “Quant” จึงมีความสำคัญสูงมาก แต่อุตสาหกรรมนี้ในประเทศไทยยังขาดพื้นที่กลางในการแลกเปลี่ยนความรู้และการยอมรับในเชิงวิชาชีพอย่างเป็นระบบ สมาคมจึงตั้งใจที่จะทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อม นำโจทย์และความท้าทายจริงจากภาคอุตสาหกรรมมาส่งต่อให้ภาคการศึกษา เพื่อร่วมกันพัฒนาประชากรให้พร้อมปฏิบัติงานจริง โดยผ่านกรอบกิจกรรมสำคัญคือ การเพิ่มศักยภาพผ่านการอบรมสัมมนา การสร้างเครือข่ายแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และการร่วมกำหนดทิศทางอุตสาหกรรม และรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับสาขาวิชาคณิตศาสตร์และสถิติ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มธ. ซึ่งเป็นสถาบันที่มีวิสัยทัศน์ตรงกันในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในอนาคต

รองศาสตราจารย์ ดร.สุเพชร จิรขจรกุล คณบดีคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

รองศาสตราจารย์ ดร.สุเพชร จิรขจรกุล คณบดีคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้กล่าวต้อนรับและแสดงทัศนะต่อความร่วมมือว่า คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มธ. มีพันธกิจสำคัญในการผลิตบัณฑิตที่มีความรู้ทางวิทยาศาสตร์ ควบคู่กับทักษะการคิดวิเคราะห์ การวิจัย และการประยุกต์ใช้ความรู้เพื่อแก้ปัญหาในโลกจริง การผนึกกำลังระหว่าง “ภาควิชาการ” และ “ภาควิชาชีพ” ร่วมกับสมาคมฯ ในครั้งนี้ จึงไม่ใช่เพียงความร่วมมือในเชิงสัญลักษณ์ แต่เป็นก้าวสำคัญของการสร้างระบบนิเวศทางวิชาการ (Academic Ecosystem) ที่เอื้อต่อการพัฒนาความรู้ บุคลากร และนวัตกรรมอย่างยั่งยืน และคาดหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะเกิดกิจกรรมความร่วมมือที่เป็นรูปธรรมในหลายมิติ เพื่อยกระดับศักยภาพของนักศึกษาและบุคลากร ให้สามารถนำเครื่องมือทางคณิตศาสตร์ สถิติ และการวิเคราะห์ข้อมูล ไปแก้ไขปัญหาที่ซับซ้อนในบริบทของภาคการเงินและอุตสาหกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สำหรับขอบเขตความร่วมมือในบันทึกข้อตกลงฉบับนี้ มีระยะเวลาดำเนินงาน 5 ปี โดยทั้งสองหน่วยงานจะร่วมกันจัดกิจกรรมทางวิชาการ การส่งเสริมการแลกเปลี่ยนวิทยากรและผู้เชี่ยวชาญ ตลอดจนการพัฒนาโครงการวิจัยร่วมในสาขาการวิเคราะห์เชิงปริมาณ การเงินเชิงคณิตศาสตร์ และวิทยาการข้อมูล เพื่อสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจและสังคมที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลของประเทศไทยต่อไป

.